ภาพโบราณ ย้อนยุค เมืองโคราชในอดีต
 หน้าแรก  เข้าสู่ระบบ    สมัครสมาชิก      
ลงประกาศฟรี  |  

 
Column Update!
ประมวลภาพบรรยากาศฉลอ...
ทั่วโลกพร้อมใจกันฉลองปีใหม่ 2559 ด้วยการจุดดอกไม้ไฟหลากห...
ย้อนชมภาพ คุณทองแดง ...
ย้อนชมภาพ "คุณทองแดง" สุนัขทรงเลี้ยงแสนรู้ ใน ...
อย่าหลอกพี่เลยเบบี๋ ...
นี่ไง ความลับภาพสุดหวาดเสียวจากจุดชมวิวยอดฮิตที่ Pedra d...
สุดยอดสาวน้อย มิลค์-...
จากรับขายเสื้อผ้า สู่เจ้าของแบรนด์เครื่องสำอาง “Fairy Mi...
สนั่นลานท่าแพ! ช่างเ...
เชียงใหม่ - ช่างตัดผมเด่น-ดังทั่วภาคเหนือแห่ร่วมแข่งขันโ...
ทึ่ง! หนุ่มสุรินทร์ท...
(ซ้าย) นายภูริวัจน์ บุญงาม อายุ 37 ปี หนุ่มเมืองช้าง หัน...
ครูที่สวยที่สุดในเกา...
เมื่อดาวมหาวิทยาลัย และเน็ตไอดอลสมัยเรียน ผันตัวมาเป็น “...
รู้จัก หวังเต๋อซุน พ...
ชีวิต ที่สร้างแรงบันดาลใจของ “หวังเต๋อซุน” จากคนงานในโรง...
'คุณพลอยไพลิน'พร้อมค...
8 ส.ค.58 มูลนิธิหัวใจเบิกบาน Happy Heart Foundation ได้จ...
ช่างสักมือทอง คิวจอง...
ไม่ใช่เพียงรายได้หรือความสำเร็จ หากยังเก็บกวาดรางวัลเกี่...
หน้าแรก » อัลบั้มภาพ (ผู้ดูแล: nasongfoto)
เมื่อ: มีนาคม 09, 2012, 12:29:29 AM
25118 view | 488 comment
Bookmark and Share
โคราชในอดีต<<<<<โคราชในอดีต<<<<<โคราชในอดีต<<<<<<โคราชในอดีต<<<<<โคราชในอดีต     
โคราช หรือนครราชสีมา เป็นเมืองเก่าแก่ที่เคยรุ่งเรือง มาแต่สมัยขอมโบราณ มีอายุย้อนหลังตั้งแต่สมัยลพบุรี ถึงทวารวดี เป็นหัวเมืองชั้นเอก ผู้มาเป็นเจ้าปกครองเมืองในสมัยก่อนจึงเป็นชั้นเจ้าพระยามหานคร ตัวเมืองเดิมตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ในท้องที่อำเภอสูงเนิน คือที่ตั้งของเมืองเสมาในครั้งโบราณ ในปี พศ. ๒๑๙๙-๒๒๓๑ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช  โปรดให้รวมเมือง ๒ เมือง คือเมืองโคราชกับเมืองเสมา แล้วสร้างเมืองชั้นเอกที่ชายแดน คือที่ตั้งเมืองโคราชในปัจจุบัน  โดยโปรดให้ช่างชาวฝรั่งเศส มาสร้างกำแพงเมืองโดยรอบตลอดจนวางค่ายคูประตูหอรบ  มีเนินดินกำแพงเมือง และคูเมืองทั้ง 4 ด้าน  มีสระและบึงน้อยใหญ่ ได้อาศัยใช้น้ำตลอดปี


รูปที่ทางวัดศรีษะสิบ(วัดหัวสิบ)นำมาแจกเป็นที่ระลึกร่วมทำบุญ





แจ้งให้ทราบ ข้อเท็จจริง แก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง
 
 ***จากการที่มีเพื่อนสมาชิกได้โพสรูปภาพที่วัดศรีษะสิบ(วัดหัวสิบ) ได้แจกเป็นที่ระลึกร่วมทำบุญว่าเป็นรูปคุณย่าโม ซึ่งอาจจะทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นรูปย่าโมหรือท้าวสุรนารี ผมในฐานะเป็นหลาน(ยาย)เห็นแล้วก็ตกใจกลัว จะเป็นการลือไปกันใหญ่เป็นช่องทางให้บุคลอื่นนำไปหากินในทางมิชอบได้ จึงขอชี้แจงว่าบุคคลในภาพคือ ยายโม เอียการนา ซึ่งท่านเป็นแม่ของแม่ผมก็คือยายของผมเอง ยายเกิดที่บ้านกันผม ต.พระพุทธ อ.เฉลิมพระเกียรติ เป็นลูกยายทวดปุ๊ มีพี่น้องสี่คนคือ ยายบุญ ยายโม ยายพลอย ยายเพียร พี่น้องของยายโมยังตั้งรกรากอยู่ที่บ้านเดิม ส่วนยายโมได้มาตั้งรกรากกับตาที่ อ.โนนแดง
 
 ***ส่วนที่ว่ารูปหลุดออกไปได้อย่างไร จำได้ว่าเมื่อหลายปีก่อนลุง(พี่ชายแม่ของผม)ได้ให้ช่างมาถ่ายรูปจากรูปถ่าย ยายเพื่อเก็บไว้ ตรงนี้แหละในขั้นตอนล้าง-อัด อาจจะมีการเข้าใจผิดคิดว่าเป็นรูปย่าโม(ท้าวสุรนารี)จริงจึงมีการนำรูปออกไป เผยแพร่
 
 ***ขอฝากเพื่อนสมาชิกช่วยชี้แจงในเรื่องนี้และแชร์ต่อ เพื่อไม่ให้เกิดนำรูปภาพนี้ไปหากินในทางมิชอบต่อไป ขอบคุณครับ
 

 รูปยายโมที่ผมถ่ายมาจากบ้านแม่ของผมเอง ท่านเพิ่งฟื้นไข้จากการผิดสำแดง รูปด้านข้างคือ ยายทวดปุ๊ ครับผม 

ภาพต้นฉบับ


 
 cr.วราวุธ ศรีประทีป 
 
 ที่มา ttps://www.facebook.com/groups/723683684330792/permalink/865921763440316/






ภาพถ่ายกำแพงเมืองโบราณ


ภาพถ่ายบริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี


ภาพถ่ายถนนอัษฎางค์ ปี 2505


ภาพถ่ายถนนยมราช ปี2505


ภาพถ่ายถนนชุมพล


ภาพถ่ายประตูชุมพลในอดีต


ภาพถ่ายถนนจอมสุรางค์ยาตร์ ปี2454


ภาพบริเวณถนนสุรนารายณ์ แต่เดิมย่านนี้เป็นทุ่งนาเรียกว่าทุ่งตะโกราย


ภาพถ่ายโรงเรียนสวนหม่อนในอดีต

ที่มา http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=koratdong&date=03-08-2009&group=4&gblog=1






ประวัติศาสตร์จังหวัดนครราชสีมา
 
           คำว่า นครราชสีมา เกิดจากการรวมชื่อเมืองโบราณสองเมือง คือ เมืองโคราชและเมืองเสมา ซึ่งอยู่ในเขตอำเภอโนนสูง นครราชสีมาเคยเป็นที่ตั้งของชุมชนโบราณหลายแห่งตั้งแต่สมัยก่อนประวัติ ศาสตร์ จนถึงสมัยที่มีการเผยแพร่ของวัฒนธรรมทวารวดีและวัฒนธรรมแบบขอมเข้ามาในดิน แดนแถบนี้ เคยมีฐานะเป็นเมือง “เจ้าพระยามหานคร” เช่นเดียวกับเมืองนครศรีธรรมราชทางภาคใต้ และเมืองพิษณุโลกทางภาคเหนือ   มีอำนาจปกครองหัวเมืองน้อยใหญ่ในอีสานหลายแห่ง
 จากหลักฐานทางโบราณคดีพบว่า มีชุมชนโบราณซึ่งเป็นร่องรอยของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ตั้งแต่ยุคหินใหม่ ต่อเนื่องมาถึงยุคโลหะกระจายอยู่ทั่วไปในจังหวัดนครราชสีมา ครั้นถึงสมัยประวัติศาสตร์ ก็มีความเจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่สมัยทวารวดี ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่ เมืองเสมา (Sema) ตั้งอยู่บริเวณอำเภอสูงเนินในปัจจุบัน เป็นเมืองใหญ่เชื่อกันว่าเป็นที่ตั้งของรัฐศรีจนาศะ ต่อมาในสมัยขอมพระนครมีการสร้างเมืองโคราช(Angkor Raj) หรือ นครราช อยู่ในบริเวณเดียวกัน และ มีเมืองพิมายเป็นเมืองสำคัญของขอมในบริเวณนี้
 
     

เมืองเสมา รัฐศรีจนาศะ ในปัจจุบันอยู่ที่อำเภอสูงเนิน
 
 
           มีผู้เสนอว่าอาจมีความเป็นไปได้ที่ เมืองนครราช คือเมืองเดียวกันกับ เมืองราด ของ พ่อขุนผาเมือง เนื่องจากมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเมืองพระนครหลายประการ นอกจากนี้รูปสลักกองทัพชาวสยามบนระเบียงด้านหนึ่งของ นครวัดอาจเป็น ชาวสยามจากลุ่มแม่น้ำมูลที่เกี่ยวข้องกับเมืองนครราช และยังมีการกล่าวถึงเมืองนครราชสีมาในพงศาวดารของกัมพูชาหลายครั้งด้วย
 อย่างไรก็ตามมีผู้เสนอว่า นครราชสีมา นั้นเป็นคำไทยเป็นคำใหม่ แยกเป็นคำได้คือ นคร+ราช+สีมา แปลได้ตรงตัวว่า "เมืองใหญ่" (นคร) "อันเป็นขอบขัณฑสีมาของราชอาณาจักร" (ราช+สีมา) ส่วนคำว่าโคราช (สำเนียงถิ่น: โค-หฺราด , ไทยกลาง: โค-ราด, เขมร: โก-เรียช ) นั้น น่าจะเพี้ยนมาจาก นครราช (อ่านตามสำเนียงว่า คอน-หฺราด ซึ่งเป็นคำเรียกนครราชสีมาแบบย่อ ๆ ของชาวบ้าน) มากกว่าที่จะเพี้ยนมาจาก โคราฆปุระ (Gorakhpur) ที่เป็นชื่อเมืองสมัยใหม่ในแคว้นเดียวกับเมือง อโยธยา (Ayodhya)ในอินเดีย ตามข้อสันนิษฐานของ สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ
 เนื่องจากตั้งอยู่เป็นบริเวณที่เป็นชายขอบระหว่างรัฐที่มีอำนาจ หรือในความหมายของ รัฐกันชน ในปัจจุบัน นครราชสีมา จึงมีประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวพันกับความขัดแย้งระหว่างรัฐอยู่เสมอ เช่น ระหว่างสยามกับกัมพูชา หรือ ระหว่างสยามกับล้านช้าง หรือ ในบางครั้งได้มีความพยายามที่จะตั้งตัวเป็นรัฐอิสระไม่ขึ้นกับผู้ใด เฉกเช่นเดียวกับบรรดาเมืองใหญ่อื่นๆ

           ในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถได้ปรากฏชื่อเมืองนครราชสีมา เป็นเมืองหนึ่งที่อยู่ในขอบขัณฑสีมา
 

 
           ครั้นถึงสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงเห็นว่าเป็นหัวเมืองใหญ่และมีความสำคัญทาง ยุทธศาสตร์ เนื่องจากเป็นเมืองหน้าด่านของอยุธยาติดกับพรมแดนลาว (เข้าใจว่าเลยลำสะแทด ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาของแม่น้ำมูลเหนือเมืองพิมายเป็นเขตแดนลาว เพราะมีบันทึกไว้ในนิราศหนองคาย สอดคล้องกับวัฒนธรรมและภาษาที่เปลี่ยนไปด้วย) จึงโปรดให้ย้ายเมืองเสมา มาสร้างเมืองใหม่ ณ ที่ตั้งปัจจุบัน โดยมีนายช่างชาวฝรั่งเศสเป็นผู้ออกแบบ ขนาดกว้าง 1,000 เมตร ความยาว 1,700 เมตร มีกำแพงเมืองขนาดใหญ่ มีป้อมค่ายหอรบ และพระราชทานนามว่า เมืองนครราชสีมาทรงโปรดให้พระยายมราชเป็นเจ้าเมือง
 

           เดอ ลาลูแบร์ ชาวฝรั่งเศสที่เข้ามาสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ได้เขียนรายงานและบันทึกไว้ในจดหมายเหตุ ว่า เมืองโคราชสีมา (Corazema) เป็นหัวเมืองใหญ่ 1 ใน 7 มณฑล ตั้งอยู่ติดชายแดนของราชอาณาจักรสยามกับเมืองลาว มีเมืองบริวาร 5 เมือง
 


แผนที่ของเดอ ลาลูแบร์
 

           ในช่วงเริ่มต้นสองปีแรกของแผ่นดิน สมเด็จพระเพทราชา พระยายมราชเจ้าเมืองนครราชสีมาได้แข็งเมือง เนื่องจากไม่พอใจสมเด็จพระเพทราชา ที่ก่อการยึดอำนาจและเปลี่ยนราชวงศ์ จึงไม่ขอขึ้นต่อกรุงศรีอยุธยา แต่ถูกกองทัพกรุงศรีอยุธยาใช้เวลาปราบปรามโดยล้อมเมืองอยู่ประมาณ 2 ปี โดยใช้อุบายและกลยุทธปราบลงได้ เจ้าเมืองนครราชสีมา ได้หนีไปพึ่งเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช ที่ไม่พอใจสมเด็จพระเพทราชา เช่นกัน แต่ถูกกองทัพอยุธยา ตามไปปราบปรามลงได้ และในเวลาต่อมาเนื่องจากเมืองนครราชสีมา ถูกกองทัพอยุธยา ปราบปราบมิให้เข้มแข็งเหมือนแต่ก่อน ทำให้อ่อนแอลงมาก มีกรณีชาวลาวชื่ออ้ายบุญกว้าง อ้างตัวเป็นผู้วิเศษมีผู้คนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก เป็นที่เกรงกลัวต่อเจ้าเมืองและกรมการเมืองจึงได้หลอกล่อ อ้ายบุญกว้างเพื่อจะไปตีอยุธยา แล้วส่งข่าวไปยังอยุธยา เพื่อปราบปราบที่เมืองลพบุรี กบฏอ้ายบุญกว้างจึงสิ้นฤทธิ์
           ในช่วงปลายกรุงศรีอยุธยามีการเกณฑ์ทหารจากเมืองนครราชสีมา ร่วมกับหัวเมืองอื่น ๆ ไปช่วยป้องกันพระนคร   หลังจากกรุงศรีอยุธยาล่มสลาย เจ้าเมืองพิมาย และ กรมหมื่นเทพพิพิธ ได้ตั้งตัวเป็นชุมนุมอิสระที่สำคัญชุมนุมหนึ่งแต่ถูกปราบลงโดยพระเจ้าตาก หลังจากนั้นเมืองนครราชสีมาได้เป็นฐานกำลังทางทหารและการปกครองที่สำคัญของ ไทยมาโดยตลอด โดยในสมัยกรุงธนบุรีได้ถูกใช้เป็นฐานรวบรวมกำลังของ พระยาอภัยรณฤทธิ์ และ พระยาอนุชิตราชา ในการสงครามกับล้านช้าง และ กัมพูชา
 


ราชอาณาจักรไทยสมัยพระเจ้าตากสินมหาราช
 

           ในช่วงปลายสมัยกรุงธนบุรี พระสุริยอภัย ได้นำกองกำลังจากนครราชสีมาเข้าควบคุมสถานการณ์และปราบกบฏพระยาสรรค์ และนำไปสู่การเปลี่ยนแผ่นดินเข้าสู่ยุคสมัยของกรุงรัตนโกสินทร์ในที่สุด

           รัชกาลที่ 1 ทรงยกฐานะเมืองนครราชสีมาเป็นเมืองชั้นเอก กำกับตรวจตราเมืองประเทศราช ๓ เมือง คือ เวียงจันทน์ นครพนม จำปาศักดิ์ ให้รวมทั้งปกครองหัวเมืองเขมร มีเจ้าพระยานครราชสีมาเป็นผู้สำเร็จราชการ

           ในสมัยรัชกาลที่ 3 เมื่อปี  พ.ศ. 2369 เจ้าอนุวงศ์แห่งเวียงจันทน์ได้เป็นกบฎต่อกรุงรัตนโกสินทร์ยกทัพเข้ามายึด เมืองโคราชได้ แล้วกวาดต้อนครอบครัวชาวโคราชไปเป็นเชลย คุณหญิงโมซึ่ง เป็นภรรยาปลัดเมืองนครราชสีมา และนางสาวบุญเหลือน้องสาว ได้รวบรวมชาวบ้านหญิงชายเข้าสู้รบและต่อต้านกองทัพเวียงจันทร์ เข้าต่อสู้ฆ่าฟันทหารลาวล้มตายเป็นอันมาก ณ ทุ่งสัมฤทธิ์ แขวงเมืองนครราชสีมา เมื่อวันที่ 4 มีนาคม พุทธศักราช 2369 จนกองทหารเวียงจันทน์แตกพินาศกองทัพของเจ้าอนุวงศ์ต้องถอยทัพกลับ ไม่สามารถยกมาตีกรุงเทพฯได้เป็นผลสำเร็จ ช่วยให้ฝ่ายไทยสามารถกอบกู้เมืองนครราชสีมากลับคืนมาได้ในที่สุด  ต่อมากองทัพของกรุงรัตนโกสินทร์ได้ออกไปตามจับเจ้าอนุวงศ์ผู้เป็นกบฎได้  วีรกรรมของคุณหญิงโมในครั้งนี้ถือได้ว่า กล้าหาญมาก เป็นวีรสตรีที่กอบกู้อิสรภาพให้แก่ชาวเมืองนครราชสีมาไว้ได้ด้วยความสามารถ มีคุณต่อประเทศชาติอย่างยิ่ง  เมื่อความทราบไปถึง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาท่านผู้หญิงโม เป็น “ท้าวสุรนารี” เมื่อ วันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2370 ขณะนั้นคุณหญิงโมมีอายุได้ 57 ปีและทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระยาปลัดเมืองนครราชสีมา (ทองคำ) ผู้เป็นสวามีท้าวสุรนารี เป็น “เจ้าพระยามหิศราธิบดี”
 
 

ท้าวสุรนารี (ย่าโม )
 

           จากนั้นโคราชได้กลายเป็นชุมทาง การค้าที่สำคัญ ในการติดต่อระหว่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือกับภาคกลาง มีกองเกวียน กองคาราวานการค้า ขนาดใหญ่ผ่าน และ หยุดพักอยู่เสมอ
           ในสมัยรัชกาลที่ 4 บาทหลวงปาลเลกัวซ์ ได้เขียนว่า ตัวเมืองโคราชล้อมรอบด้วยกำแพงตั้งอยู่บนที่ราบสูง เดินทางจากบางกอกใช้เวลา 6 วันโดยไต่ระดับสูงขึ้นไปตามเส้นทาง ดงพญาไฟ ประชากรโคราชมีประมาณ 60,000 คน ครึ่งหนึ่งเป็นคนสยาม อีกครึ่งหนึ่งเป็นคนเขมร ในตัวเมืองมีประชากร 7,000 คน มีคนจีนประมาณ 700 คน มีเหมืองแร่ทองแดง มีโรงหีบอ้อย สินค้า คือ ข้าว งาช้าง หนังสัตว์ เขาสัตว์ ไม้เต็ง อบเชย
           ในสมัยรัชกาลที่ 5 มีการจัดตั้งมณฑลนครราชสีมาเพื่อควบคุมดูแลหัวเมืองในบริเวณใกล้เคียง เป็นมณฑลแรกของประเทศ มีการจัดตั้งกองทหารประจำมณฑลตามหลักสากล มีการตั้งโรงเรียนนายร้อยตำรวจที่นครราชสีมา มีการสร้างทางรถไฟจากกรุงเทพฯ ผ่านอยุธยา สระบุรี ดงพญาไฟ ไปสู่นครราชสีมา
 

คนงานก่อสร้างเส้นทางรถไฟกรุงเทพ-นครราชสีมา
 
           การก่อสร้างนั้นพบกับอุปสรรคมากมาย คนงานหลายคนเป็นไข้ป่าลมตายเป็นจำนวนมาก แต่ด้วยพระบารมีของรัชกาลที่ 5 ที่ได้เสด็จมาชมการก่อสร้างเส้นทางรถไฟที่ตำบลกลางดงในปัจจุบัน ทำให้สามารถก่อสร้างเส้นทางรถไฟหลวง สายกรุงเทพ - นครราชสีมา ได้สำเร็จ การคมนาคมติดต่อสะดวกขึ้นเป็นอย่างมาก ในช่วงเดียวกันฝรั่งเศสได้เข้ามามีอำนาจเหนืออินโดจีน ทำให้สยามจำต้องเร่งการปรับปรุงพัฒนาราชอาณาจักรโดยเฉพาะในบริเวณภาคตะวัน ออกเฉียงเหนือ
 
 
 
 
รัชกาลที่ 5 ทรงเสด็จเปิดเส้นทางรถไฟสายกรุงเทพฯ-นครราชสีมา
 


           ในสมัยรัชกาลที่ 6 มีการจัดตั้งการขนส่งไปรษณียภัณฑ์ทางอากาศ และ สายการบินระหว่าง กรุงเทพ - นครราชสีมา มีการขยายเส้นทางรถไฟสายอีสาน จนสามารถขยายเส้นทางการเดินรถไฟจาก นครราชสีมา ถึง ขอนแก่น และ นครราชสีมา ถึง อุบลราชธานี ในสมัยรัชกาลที่ 7


การส่งไปรษณียภัณฑ์ทางอากาศ
 

           ในช่วงหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง พระองค์เจ้าบวรเดช ได้รวบรวมกองกำลังทหารจากมณฑลนครราชสีมาเป็นหลัก ร่วมกับ พันเอกพระยาศรีสิทธิ์สงคราม เพื่อทำการต่อสู้กับคณะผู้เปลี่ยนแปลงการปกครอง คณะผู้ก่อการได้ยกกองกำลังเข้ามาล้อมกรุงเทพฯ แต่เมื่อการต่อสู้ยืดเยื้อในที่สุดก็ต้องถอยทัพและประสบความพ่ายแพ้เนื่อง จากมีกำลังที่น้อยกว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ พันโทหลวงพิบูลสงครามผู้บัญชาการกองกำลังผสมฝ่ายรัฐบาล มีอำนาจในการควบคุมกำลังทหารมากขึ้นส่งผลให้ได้อำนาจทางการเมืองและจัดตั้ง รัฐบาลทหารได้ในเวลาต่อมา
 


ทหารอากาศสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
 

           ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง กองทหารในสังกัด มณฑลทหารบกที่ 3 นครราชสีมา ได้ทำการร่วมรบในกรณีพิพาทอินโดจีนกองทัพไทยสามารถยึดดินแดนกลับคืนมาบาง ส่วน เป็นการชั่วคราว
           หลังสงครามโลกครั้งที่สอง สหรัฐอเมริกาได้ให้ความช่วยเหลือสร้างถนนมิตรภาพ จาก สระบุรี ถึง นครราชสีมา ซึ่งเป็นทางหลวงที่ได้มาตรฐานดีที่สุดของประเทศในขณะนั้น
 

   
ถนนมิตรภาพ และ อำเภอปากช่อง

           ในช่วงสงครามเวียดนาม สหรัฐอเมริกาได้ขอใช้ โคราช เป็นฐานทัพอากาศที่สำคัญ และเป็นต้นกำเนิดของกองบิน 1 ฐานทัพหลักของกองทัพอากาศในปัจจุบัน
           ในปี พ.ศ. 2523 มีความพยายามรัฐประหารโดยกลุ่มทหารของ พลเอกสัณห์ จิตรปฏิมา แต่ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์นายกรัฐมนตรี ได้กราบบังคมทูลเชิญเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ พระราชวงศ์ ทรงแปรพระราชฐานไปประทับที่นครราชสีมา กองกำลังทหารจากกองทัพภาคที่ 2 นำโดยพลตรี อาทิตย์ กำลังเอกได้เป็นกองกำลังหลักในการปราบกบฏลงได้ในที่สุด หลังจากนั้น อดีตผู้บัญชาการกองทัพภาคที่ 2 หลายท่านได้ก้าวเข้าสู่ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกในเวลาต่อมา
           เนื่องจากความสำคัญทางยุทธศาสตร์ นครราชสีมา ได้กลายเป็นเมืองศูนย์ราชการที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศรองจากกรุงเทพ มหานคร เป็นศูนย์กลางการศึกษา การสาธารณสุข การวิจัย การคมนาคม และ การอุตสาหกรรม ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้งเป็นที่ตั้งของกองกำลังรบหลักของกองทัพบก และ กองทัพอากาศ ในปัจจุบัน
 

     
 ภาพบริเวณตัวเมืองหลังประตูชุมพล และสวนรักบริเวณอนุเสาวรีย์ท้าวสุรนารี
 
 
----------------------------------

ที่มา http://www.khaoyaizone.com/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C-%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94-%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A1%E0%B8%B2



 
 หัวจักรรถไฟชนิดที่ใช้เดินในเส้นทาง กรุงเทพ - นครราชสีมา เป็นครั้งแรก
 
 
 ถนนจอมสุรางค์ยาตร พ.ศ.2454
 
 
 หนังสือ การสำรวจในประเทศสยาม โดยพระวิภาคภูวดล
 ประตูเมืองโคราชด้านเหนือ ในปีพ.ศ. 2436
 
 
 ประตูชุมพล สมัยโบราณ
 
 


 กำแพงเมือง และคูเมืองนครราชสีมา ในอดีต


 

Tag:ภาพโบราณ, ย้อนยุค, เมือง,โคราช,ในอดีต
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 11, 2016, 07:49:57 PM โดย dogsman smile »

488 ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
เมื่อ: สิงหาคม 07, 2012, 10:49:26 PM

 
 


ที่มา
http://inud.org/board/index.php?topic=80.0

Tags: ภาพโบราณ, ย้อนยุค, เมืองโคราช,ในอดีต
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 25, 2015, 12:13:13 PM โดย dogsman smile »
 

ความคิดเห็นที่ 2
เมื่อ: กุมภาพันธ์ 08, 2014, 12:09:16 AM
ภาพเก่าเล่าโคราช ... ถนนจอมพล

 



ถนนจอมพลเป็นถนนจากประตูเมืองทางทิศตะวันตก ... ประตูชุมพล

เริ่มจากหลังย่าโม ไปสุดประตูเมืองทางตะวันออก ... ประตูพลล้าน

เดิมชื่อถนนเจริญพาณิชย์

สมัยจอมพล ป.เปลี่ยนชื่อเป็น ถนนจอมพล








ต้นถนนหลังประตูชุมพลเดิมเป็นที่จอดพักเกวียน

มุมถนนฝั่งทิศใต้ของถนนจอมพล ... ร้านพัวหยู่หมง








ปั๊มน้ำมันตราหอย

ดั้งเดิมห้างที่ขายน้ำมันยี่ห้อนี้คือ อังศุพันธุ์








ถนนจอมพล ตัดถนนจักรี

ร้านขายยาจีอังตึ้ง








ร้านบำรุง














ความจำที่ไกลสุดของคนแถวนี้ ... ร้านตรงหัวมุมขายก๋วยเตี๋ยวเนื้อ

ซ้ายมือของหัวมุม ... กิจไพบูลย์








อวยแซตึ๊ง ปัจจุบันเป็นตึก ถัดมาเป็นห้องแถว และตังปักเดิม








เจ้าของภาพบอกว่า นี่เป็นชุมชนคนจีน

ก่อนจะมาเป็นโรงภาพยนตร์ราชสีมา

ก่อนจะมาเป็นห้างคลังพลาซ่า








แถวหน้าธนาคารกสิกร และธนาคารกรุงศรีอยุธยา














สามตึกเก่า








ตึกหัวมุม คนข้าง ๆ เรียกว่าโรงงานทำน้ำมะเน็ต

ในรูปเก่าจะเห็นเสาป้าย 7up อยู่ตรงข้าม








ช่วงระหว่างถนนจักรีถึงหลักเมืองฝั่งทิศใต้

เป็นตึกใหม่เพราะเกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ราวปี 2509

หัวมุมถนนที่ศาลหลักเมือง อ.พาณิชย์ ... ห้องแถวไม้สองชั้นดั้งเดิม








ศาลหลักเมือง

สมัยรัชกาลที่ 3 เจ้าอนุวงค์ได้ให้ถอนทิ้งเสีย

รัชกาลที่ 5 ได้เสด็จประพาส ทรงทอดพระเนตรเห็นจึงให้มีการทำพิธีฝังคืน

เดิมตัวศาลเป็นโรงเรือนไม้เล็ก ๆ ทีเสา 6 ต้น หลังคามุมสังกะสี

เสาหลักเมืองผูกแขวนโยงด้วยเครื่องหนังทั้งหัวเสาและโคนเสา

หัวเสาหันไปทางประตูผี โคนเสาอยู่ทางทิศเหนือ

ภายในมืดมัวมีกลิ่นธูปเทียน พื้นดินเป็นโคลน

มีต้นจันทน์ปลูกเรียงรายตามถนน

มีเสาแรกของเมืองตั้งอยู่ และปักเป็นระยะไปถึงบ้านหลักร้อย

ทางตะวันตกของศาลเป็นป่า มีโรงหนังและโรงลิเก

พ.ศ.2506 ประชาชนร่วมกันสร้างศาลขึ้นใหม่แทนศาลหลักเมืองที่ชำรุด

ให้ตรงกลางเป็นเสาหลักเมือง

ประตูทางเข้าอยู่ทางตะวันตก


 





ต่อมาชาวเมืองว่าไม่ดีเพราะเกิดไฟไหม้ใหญ่หน้าศาลหลักเมือง

จึงย้ายประตูมาทางทิศใต้แทนดังในปัจจุบัน








เดิมตลาดสดอยู่ใกล้ศาลพระนารายณ์

ตั้งแต่ตะวันออกของประตูวัดกลางจนถึงศาลหลักเมือง

เป็นแผงลอยหลังคามุงสังกะสี ขายผัก หมู เนื้อ หมากพลู ปูน ขนมทอด ขนมถาด

ด้านข้างและด้านในวัดเป็นร้านของชำ

เรียกตลาดพระนารายณ์หรือตลาดหลักเมือง

ซึ่งเป็นที่ดินของตระกูลคุณหญิงโม

ทางราชการได้ขอที่ดินมาสร้างถนน และสร้างตลาด จึงกลายเป็นที่ราชพัสดุ

ขวามือคือตลาดหลักเมืองในปัจจุบัน








ปิดท้ายด้วยภาพตึกเก่าบนถนนนี้ที่ยังคงเหลือให้ชื่นชมอยู่




























ภาพเก่าเล่าโคราช ... ถนนโพธิ์กลาง

 


แต่อดีต เป็นย่านการค้านอกกำแพงเมือง

เริ่มจากหน้าย่าโม ... ด้านหน้าของอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี








ไปถึงห้าแยกหัวรถไฟ ... ต่อกับถนนมุขมนตรี








เดิม

เป็นเส้นทางหลักไปสถานีรถไฟ

เป็นทางส่วนหนึ่งที่ในอดีตมีการปักเสาในระยะเท่า ๆ กัน

จากศาลหลักเมือง ไปจนถึงร้อยหลัก ที่วัดหลักร้อย

( กะดูคร่าว ๆ ราว 6000 เมตร ... 3000 วาหลักห่างกัน 30 วา ... ทำไม 30 วา?)

จากศาลเจ้าพ่อไฟถึงแยกหนองบัวรองเรียก หัวตะโมน

คือที่เป็นเนินสูงสลับลาดต่ำ

จึงปรับพื้นที่โดยใช้ไม้หมอนวาง 8 แถว

ปูทับด้วยกระดานไม้มะค่า เรียงเป็นลูกระนาด

เรียกถนนกระดาน

ต่อมาเกิดกาฬโรคระบาด ... จากหนูใต้ถนนกระดาน

จึงรื้อทำถนนใหม่








ร้านอาหารคี่เซ้ง

เคยเห็นอาคารไม้สองห้องซ้ายมือ ขายข้าวสาร

ตึกสองชั้นขายข้าวต้มซ่งเซ้ง ... ข้าวต้มอร่อย

เป็นข้าวต้มใส่ เนื้อเป็ด เลือด กระเพาะหมู บะเต็ง หอยนางรม กุ้ง








ปัจจุบัน ตึกร้ายซ่งเซ้งทุบไปแล้ว แทนที่ด้วยมูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์

ร้านข้าวต้ม ทายาททำต่อปัจจุบัน ... เมษายน 2557 อยู่ในซอยวัดม่วง








ตึกโรงแรมฟ้าไทย

ติดกันคือร้านสวีทโฮม

ร้านขายอาหาร ไอศครีม ในยุค 70 โคราช

ปัจจุบันขายเบเกอรี่ เป็นร้านอร่อยดั้งเดิมแห่งหนึ่งในโคราช








ถัดจากตรงนี้ไป เคยเกิดไฟไหม้ใหญ่ราวปี 2508

สังเกตได้จากถนนกว้างขึ้นจากการเว้นระยะเมื่อสร้างตึกใหม่

เลยจากแยกหนองบัวรอง

ซ้ายมือเป็นศาลเจ้าแม่ทับทิม














ตรงข้ามศาลเจ้าแม่ทับทิม

เคยเป็นที่ตั้งโรงน้ำแข็ง นายเขียว อินทรสุขศรี

บิดาของ น.พ.เสนอ อินทรสุขศรี ผู้แต่งตำราสุขศึกษาสมัยที่เราเรียน

ประมาณสถานที่ ในซอยนี้ ซ้ายมือ








ห้องแถวไม้เก่าที่ยังเหลืออยู่








ก่อนถึงข้างศาลเจ้าวัดแจ้ง แยกเต๊กฮะ

มีร้านถ่ายรูปของคนญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 2472 ชื่อร้านอาชิโมโต้

เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ปี 2485 ญี่ปุ่นมาโคราช

ก็แสดงตนว่าเป็นนายทหารยศพันโทในกองทัพญี่ปุ่น

ทหารญี่ปุ่นจะมาพักที่ใกล้สถานีรถไฟ และ แถวสุขานารี

ทำให้มีระเบิดลงทั้งวัดแจ้งนอก วัดแจ้งใน หัวรถไฟ โรงไฟฟ้า

คือแถว ๆ นี้ในปัจจุบัน








ศาลเจ้าวัดแจ้ง








ด้านหน้าศาลเจ้าวัดแจ้ง มีน้ำพุเก่าแก่

เล่าว่าเคยเป็นตาน้ำ หรือน้ำพุ แล้วถมไป

แล้วมีคนมาเข้าฝันให้ขุดเป็นน้ำพุอีกครั้ง


เต้นท์ที่เห็น ขายก๋วยเตี๋ยวไก่ เก่าแก่ และอร่อย

จะขายราว ๆ หกโมงเย็นเป็นต้นไป


เรือนเถวไม้เก่าแก่อีก








แยกเต๊กฮะ หมอเชาว์โอสถ

เป็นตึกแถวไม้สามชั้น รูปตัว O ทันสมัยที่สุดในยุคหนึ่ง














หน้าวัดแจ้งนอกมีตลาดลาว

ค้าวัวควายจะนำมาจากภาพอีสานไปขายต่างจังหวัด ... ใกล้สถานีรถไฟ

ปัจจุบันเป็นสำนักงานสาธารณะสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาล








และ จากบ้านราชสีมา เป็น สถานสงเคราะห์คนชราบ้านธรรมปกรณ์โพธิ์กลาง








ตึกเดียวกันกับภาพข้างบน

เทียบจาก ... หน้าต่าง กันสาด ช่องระบายอากาศรวงผึ้ง








ข้างตลาดลาวเป็นโรงยาฝิ่น

ปัจจุบันเป็นสถานธนานุบาลเทศบาล








ตรงข้ามตลาดลาว มีห้องแถวเรียก สิบห้าห้อง

เป็นห้องแถวชั้นเดียว ผนังก่อด้วยดิน

มีร้านขายของชำ , ร้านจักรยานของนายบุญเรือง

ตอนนี้มองไม่ออกแล้ว

น่าจะเลยโรงแรมศิริโฮเต็ลตึกซ้ายสุดในภาพถึงชลประทาน








เทศบาลนครนครราชสีมา

ตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติจัดการสุขาภิบาล รศ.127

ในตำบลโพกลาง (โพธิ์กลาง) ... มีต้นโพธิ์มาก

ใน มณฑลนครราชสีมา

ต่อมา เป็น สุขาภิบาลเมืองนครราชสีมา เมื่อที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2451




















สุดถนนโพธ์กลางคือศูนย์วิทยุ 191

เดิมคือ สถานีตำรวจโพธิ์กลาง


ปิดท้ายด้วย

น่าจะข้างตึกเทศบาลนครราชสีมา








เมื่อมองข้ามยอดสน ทำให้นึกถึงภาพมุมนี้ ... ตึกสีฟ้าในภาพ








อยู่ตรงข้ามเทศบาลนครนครราชสีมา



ภาพเก่าเล่าโคราช ... ตลาดผ้าสามัคคี

 



นี่คือย่านบ้านเก่าของเพื่อน

และนี่คือบ้านของพี่อี๊ด คุณสัมพันธ์ สุวรรณทัพ

บนถนนอัษฎางค์ ตัดถนนชุมพล

ซ้ายมือคือตลาดเทศบาล 1 ขวามือคือสวนรัก

มีรถเมล์แดง สาย 2

มีรถเมล์เหลือง สาย 1 วิ่งผ่าน



รูป Korat-027




มุมเดียวกัน ในปัจจุบัน








* ฝั่งทิศเหนือ *


1 ในรูป ปัจจุบันเป็นร้านทองไทเฮงล้ง

เดิมเป็นร้านกาแฟ

ปีกด้านถนนชุมพลเป็นก๋วยเตี๋ยวเป็ดเม่งทอง








ปีกด้านถนนอัษฎางค์เป็นร้านขายหนังสือ ราชสีมาสาสน์

ตึกขาวด้านขวาของรูปคือ โรงแรมนครอิสาน 1 มีสามชั้น 21 ห้อง

สร้างขึ้นราวพ.ศ. 2503








ต่อด้วยรูปเก่ารูปถัดมา ตึกโรงแรมนครอีสาน

ห้องแถวสองชั้น 2 ห้อง

ถัดไปเป็นบ้าน ... ที่หน้าบ้านมีรูปนกอินทรีย์

จากนั้นก็เป็นโรงเรียนรวมมิตร



รูป Korat-024




ตึกโรงแรมนครอีสานปัจจุบัน








และถัดไป








จากเป็นบ้านหรือป่า ? มาเป็นห้างธาราเก่า ปัจจุบันเป็นธนาคารกรุงเทพฯ

เห็นโครงห้างธาราเบื้องหลังกระจกกรุ








ถัดมา ติดโรงเรียนรวมมิตร

บนตึกเขียนว่า อาคารพิชิตบัญชา ๒๕๑๐








โรงเรียนรวมมิตร ตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2501

ต่อมา ปี พ.ศ.2533 ถูกไฟไหม้









จึงย้ายไปตั้งอยู่ที่โรงเรียนศิริวิทยากร








ปัจจุบันตั้งโรงเรียนขึ้น ชื่อโรงเรียนโคราชวิทยา








* ฝั่งทิศใต้ *


7 เป็นอาคารพาณิชย์เฉพาะสองชั้นล่าง

ชั้นสามเป็นโรงแรมนครอิสาน 2


เดิมมุมถนนนี้เป็นโรงแรมชื่อโรงแรมสามัคคี 1

ด้านหลังตึกมีโรงน้ำชาชั้น 1 ... แปลว่าอยู่ชั้น 1

โรงสเก็ตชั้น 2 ... แปลว่าอยู่ชั้นสอง

ภายหลังเปลี่ยนมือเป็นของ น.พ.สนั่น ยอดนิล

เจ้าของโรงแรมนครอีสาน 1 ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม

จึงเปลี่ยนชื่อเป็นโรงแรมนครอีสาน 2

ด้านหลังเปลี่ยนเป็นตลาดผ้า จึงชื่อตลาดผ้าสามัคคี








ทางขึ้นโรงแรมมีบันไดที่ห้างทองนพคุณ ... รื้อบันไดไปแล้ว








และอีกทางในของตลาดผ้าสามัคคี แล้วข้ามทางเดินระหว่างตึกนี้








ถัดจากตึก 7 คือตลาดผ้าสามัคคี








เพื่อนบอกว่าข้างหลังเมื่อก่อนเป็นป่ารก มีหลุมหลบภัยอยู่

ถัดไปเป็นโรงเรียนชุนหะวัน ยาวไปถึงตรอกปลาทู หรือตรอกสำราญจิตร์

... เคยเห็นป้ายโรงเรียนชุนหะวัน

แต่อยู่บนถนนมุขมนตรี ซ้ายมือ ก่อนข้ามถนนมิตรภาพจะไปวัดหลักร้อย ...








ตรอกปลาทู ... ชาวบ้านตรอกนี้ต้มปลาทู หรือ

ตรอกสำารญจิตร์ ... สมัยหนึ่งนานมาในตรอกเคยมีบ้านโคมเขียวหลายหลัง








ทางเข้าด้านถนนจอมพล








รูปมุมถนนนี้ด้านถนนชุมพล ด้านสวนรัก








อยากถ่ายภาพจุดเดียวกันแต่คงไม่เห็นแน่เพราะต้นไม้บังหมด

สะพานเชื่อมตึก คือทางขึ้นด้านในตลาดผ้าสามัคคีของโรงแรม








เบื้องหลังสาวงามผู้นี้











ที่มา ภาพเก่าเล่าโคราช ... ถนนจอมพล.                                                     
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=tuk-tukatkorat&month=03-2014&date=04&group=40&gblog=104

ภาพเก่าเล่าโคราช ... ถนนโพธิ์กลาง
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=tuk-tukatkorat&month=04-2014&date=27&group=40&gblog=106.                               

ภาพเก่าเล่าโคราช ... ตลาดผ้าสามัคคี
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=tuk-tukatkorat&month=01-2014&date=17&group=40&gblog=101                       

โรงหนังโคราชในอดีต                                                                                                 
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=tuk-tukatkorat&month=10-2013&date=16&group=40&gblog=95
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 25, 2015, 12:14:02 PM โดย dogsman smile »
 

ความคิดเห็นที่ 3
เมื่อ: ธันวาคม 28, 2014, 02:41:08 PM
ขออนุญาต อัพเดทกระทู้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กระทู้
 

ความคิดเห็นที่ 4
เมื่อ: ธันวาคม 30, 2014, 01:40:55 PM
ขออนุญาต อัพเดทกระทู้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กระทู้
 

ความคิดเห็นที่ 5
เมื่อ: ธันวาคม 31, 2014, 12:21:16 PM
ขออนุญาต อัพเดทกระทู้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กระทู้
 

ความคิดเห็นที่ 6
เมื่อ: ธันวาคม 31, 2014, 06:33:31 PM
ขออนุญาต อัพเดทกระทู้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กระทู้
 

ความคิดเห็นที่ 7
เมื่อ: มกราคม 01, 2015, 11:12:09 AM
ขออนุญาต อัพเดทกระทู้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กระทู้
 

ความคิดเห็นที่ 8
เมื่อ: มกราคม 02, 2015, 12:37:32 PM
ขออนุญาต อัพเดทกระทู้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กระทู้
 

ความคิดเห็นที่ 9
เมื่อ: มกราคม 02, 2015, 12:38:01 PM
ขออนุญาต อัพเดทกระทู้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กระทู้
 

ความคิดเห็นที่ 10
เมื่อ: มกราคม 03, 2015, 06:00:41 PM
ขออนุญาต อัพเดทกระทู้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กระทู้
 

ความคิดเห็นที่ 11
เมื่อ: มกราคม 03, 2015, 06:01:31 PM
ขออนุญาต อัพเดทกระทู้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กระทู้
 

ความคิดเห็นที่ 12
เมื่อ: มกราคม 04, 2015, 12:06:23 PM
ขออนุญาต อัพเดทกระทู้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กระทู้
 

ความคิดเห็นที่ 13
เมื่อ: มกราคม 04, 2015, 12:07:44 PM
ขออนุญาต อัพเดทกระทู้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กระทู้
 

ความคิดเห็นที่ 14
เมื่อ: มกราคม 05, 2015, 08:51:30 AM
ขออนุญาต อัพเดทกระทู้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กระทู้
 

ความคิดเห็นที่ 15
เมื่อ: มกราคม 05, 2015, 08:53:36 AM
ขออนุญาต อัพเดทกระทู้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กระทู้
 

ความคิดเห็นที่ 16
เมื่อ: มกราคม 06, 2015, 11:14:36 AM
ขออนุญาต อัพเดทกระทู้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กระทู้
 

ความคิดเห็นที่ 17
เมื่อ: มกราคม 06, 2015, 11:15:09 AM
ขออนุญาต อัพเดทกระทู้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กระทู้
 

ความคิดเห็นที่ 18
เมื่อ: มกราคม 07, 2015, 10:03:39 AM
ขออนุญาต อัพเดทกระทู้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กระทู้
 

ความคิดเห็นที่ 19
เมื่อ: มกราคม 07, 2015, 10:04:11 AM
ขออนุญาต อัพเดทกระทู้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กระทู้
 

ความคิดเห็นที่ 20
เมื่อ: มกราคม 07, 2015, 11:02:05 AM
ขออนุญาต อัพเดทกระทู้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กระทู้
 

ความคิดเห็นที่ 21
เมื่อ: มกราคม 07, 2015, 11:02:39 AM
ขออนุญาต อัพเดทกระทู้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กระทู้
 

ความคิดเห็นที่ 22
เมื่อ: มกราคม 08, 2015, 07:54:34 PM
ขออนุญาต อัพเดทกระทู้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กระทู้
 

ความคิดเห็นที่ 23
เมื่อ: มกราคม 08, 2015, 07:55:13 PM
ขออนุญาต อัพเดทกระทู้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กระทู้
 

ความคิดเห็นที่ 24
เมื่อ: มกราคม 09, 2015, 09:27:34 AM
ขออนุญาต อัพเดทกระทู้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กระทู้
 

ความคิดเห็นที่ 25
เมื่อ: มกราคม 09, 2015, 09:28:03 AM
ขออนุญาต อัพเดทกระทู้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กระทู้
 

ความคิดเห็นที่ 26
เมื่อ: มกราคม 09, 2015, 09:28:36 AM
ขออนุญาต อัพเดทกระทู้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กระทู้
 

ความคิดเห็นที่ 27
เมื่อ: มกราคม 10, 2015, 02:00:05 PM
ขออนุญาต อัพเดทกระทู้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กระทู้
 

ความคิดเห็นที่ 28
เมื่อ: มกราคม 10, 2015, 02:00:50 PM
ขออนุญาต อัพเดทกระทู้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กระทู้
 

ความคิดเห็นที่ 29
เมื่อ: มกราคม 12, 2015, 05:14:22 PM
ขออนุญาต อัพเดทกระทู้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กระทู้
 

ความคิดเห็นที่ 30
เมื่อ: มกราคม 12, 2015, 05:15:33 PM
ขออนุญาต อัพเดทกระทู้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กระทู้
 

ความคิดเห็นที่ 31
เมื่อ: มกราคม 15, 2015, 11:53:57 AM
ขออนุญาต อัพเดทกระทู้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กระทู้
 

 



ศูนย์กลางสถิติ

ศูนย์กลางสถิติ หัวข้อใหม่ที่ยังไม่ได้อ่าน มีใครบ้างที่ออนไลน์

จดหมายและข่าว

ส่งข้อความ

เมนู

หน้าแรก ลงประกาศ โฆษณาฟรี (ซื้อ-ขาย) สมัครสมาชิกฟรี-ลงทะเบียน


ติดต่อ admin email:winchaiyo@hotmail.co.th Tel 081-264-1910 facebook:dogsman smile

[[กลับขึ้นข้างบน]]